BMW 5 Series Gran Turismo Concept ร่างจำแลงซีรีส์ 5 ใหม่
ไม่ต่างจากตอนที่เมอร์เซเดส-เบนซ์นำต้นแบบที่ชื่อว่า ConceptFascination มาจัดแสดงเมื่อปีที่แล้ว เพราะนี่คือการอุ่นเครื่องในการนำเสนอแนวทางการออกแบบเพื่อนำมาใช้กับรถยนต์รุ่นจำหน่ายจริงอย่างอี-คลาสโฉมใหม่ ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูก็จัดการเดินตามรอยนี้เช่นกัน กับการเผยโฉมต้นแบบใหม่ที่ชื่อว่า 5 Series Gran Turismo เพื่อเป็นร่างจำแลงในการแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในด้านรูปลักษณ์ภายนอกที่ซีดานระดับหรูขนาดกลางอย่างสายพันธุ์ซีรีส์ 5 โฉมใหม่ควรจะเป็นเมื่อถึงเวลาขายจริง ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในปลายปีนี้
คิวการเปิดตัวของต้นแบบใหม่รุ่นนี้จะอยู่ในเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2009 ต้นเดือนมีนาคมนี้ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวรถได้รับการพัฒนาตามแนวคิดที่เรียกว่า PAS หรือ Passive Activity Sedan หรือซีดานสุดล้ำที่เปี่ยมด้วยประโยชน์ใช้สอย และนั่นก็เลยทำให้ในตัวต้นแบบได้รับการออกแบบบนตัวถังฟาสแบ็ค 5 ประตู ซึ่งฝากระโปรงหลังสามารถเปิดขึ้นพร้อมกับกระจกบังลมหลัง เพิ่มความอเนกประสงค์ในการบรรทุกสัมภาระ และกว่ากันว่าเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของคริส แบงเกิ้ล ก่อนที่จะเขาจะอำลาจากการเป็นหัวหน้าในส่วนฝ่ายออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยู
ส่วนเรื่องที่ว่าเมื่อกลายมาเป็นซีรีส์ 5 ใหม่แล้ว จะมีตัวถังนี้ทำตลาดนอกเหนือจากซีดาน 4 ประตูแบบตัวถัง 3 กล่อง และสเตชันแวกอน 5 ประตูหรือไม่นั้น ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากค่ายใบพัดสีฟ้า เพราะถ้าอิงจากการทำตลาดรูปแบบเดิมๆ ของซีรีส์ 5 นับจากตัวถัง E12 จนถึงรุ่นปัจจุบันที่กำลังจะปลดระวางจากตลาดอย่าง E60/E61 แล้ว ตัวถังไม่น่าจะมีอะไรมากกว่า 2 แบบข้างต้น แต่ในยุคที่ตลาดมีการแข่งขันอย่างดุเดือด ก็ยังไม่ควรปิดโอกาสของความเป็นไปได้เกี่ยวกับสร้างสีสันในตลาดด้วยตัวถังใหม่
แต่ก็ไม่แน่ด้วยเช่นกันที่ผู้ผลิตรถยนต์อาจจะยังเล่นมุขเดิมๆ ด้วยการสร้างกระแสความสนใจในกลุ่มลูกค้าให้กลายเป็น Talk of The Town ตามหน้าอินเตอร์เนต ด้วยการผลิตต้นแบบในรูปทรงที่แปลกและแตกต่างออกไป แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่…สรุปคือ คงต้องรอดูของจริงที่ซีรีส์ 5 ใหม่รหัสตัวถัง F10 ซึ่งมีคิวเปิดตัวปลายปีนี้ว่าจะมีอะไรเซอร์ไพรส์หรือไม่
ในรุ่นต้นแบบ ตัวรถมาพร้อมกับขนาดที่ใหญ่พอสมควรด้วยความยาว 4,998 มิลลิเมตร กว้างแบบรวมกระจกมองข้าง 2,207 มิลลิเมตร สูง 1,559 มิลลิเมตร ส่วนระยะฐานล้อเหลือเฟือด้วยความยาวถึง 3,070 มิลลิเมตร มั่นใจได้เลยว่าข้างในกว้างขวางและโอ่โถงแน่นอน โดยเฉพาะในส่วนของ Leg Room ของพื้นที่วางขาของเบาะนั่งทั้งด้านหน้าและหลัง
สำหรับงานออกแบบภายนอกเป็นการประยุกต์สไตล์การสร้างสรรค์มาจากซีรีส์ 7 ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว แต่คงเอกลักษณ์ที่สำคัญๆ ของบีเอ็มดับเบิลยูเอาไว้ เช่น กระจังหน้ารูปไตคู่ หรือ Twin Kidney โดยที่ไฟหน้าเป็นแบบดวงกลมคู่ แต่ในยุคใหม่ๆ รถยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยูเปลี่ยนมาเป็นไฟดวงกลมคู่ในกรอบเหลี่ยม เรียกว่ารายละเอียดโดยรวมของตัวรถเหมือนกับการจับเอาซีรีส์ 7 รุ่นใหม่มาย่อส่วนเพื่อเจาะตลาดรถยนต์ระดับหรูขนาดกลาง
แนวเส้นหลังคาถูกออกแบบให้ลาดเทลงมาเพิ่มความสปอร์ต และอีกเอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยู คือ การออกแบบแนวเสาหลังคาหลังและแนวของประตูหรือกระจกบานหลังให้โค้งหักลงมาคล้ายกับตะขอ หรือ ตัว J หรือที่เรียกว่า Hofmeister kink หรือ Hofmeister kick หรือ Hofmeisterknick ในภาษาเยอรมัน ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกกับรุ่น 1500 ที่เปิดตัวในปี 1961 ในยุคที่มี Wilhelm Hofmeister เป็นผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ และนำนามสกุลของผู้ริเริ่มมาใช้ตั้งชื่อแนวทางการออกแบบลักษณะนี้
ภายในห้องโดยสารเน้นความสวยและล้ำสมัย โดยเฉพาะการออกแบบเบาะนั่งหลังให้เป็นแบบแยกส่วนโดยมีแผงคอนโซลกลางยาวคั่นกลาง และเบาะหลังฝั่งซ้ายและขวาสามารถปรับเลื่อนถอยหลังได้ 100 มิลลิเมตร และพนักพิงสามารถปรับเอนหลังได้เช่นกัน ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุ 570 ลิตร และจะเพิ่มเป็น 1,650 ลิตรเมื่อพับเบาหลังลงมา
ในเรื่องของรายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถไม่มีการเปิดเผยออกมา เพราะดูแล้วจุดประสงค์หลักของการนำต้นแบบรุ่นนี้มาเปิดตัวคือ การสร้างกระแสความสนใจของคนทั่วโลกให้มีต่อซีรีส์ 5 ใหม่ เพื่อเตรียมตัวรับกับอีกความหรูจากแบรนด์เยอรมนีที่พร้อมเจาะตลาดรถยนต์
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
20.3.09
2 เวอร์ชันใหม่ “โตโยต้า” แต่งอัลติส-ฟอร์จูนเนอร์ลุย
2 เวอร์ชันใหม่ “โตโยต้า” แต่งอัลติส-ฟอร์จูนเนอร์ลุย
ข่าวในประเทศ - โตโยต้า เผยทีเด็ดเวอร์ชันพิเศษสองรุ่นหลัก “โคโรลลา อัลติส และฟอร์จูนเนอร์” หวังทำยอดขายช่วงงาน “มอเตอร์โชว์” ปลายเดือนนี้ โดยดีลเลอร์ใหญ่ “พิธานพาณิชย์” ปล่อยภาพและรายละเอียดเรียกน้ำย่อยก่อนพบคันจริง สำหรับ “โคโรลล่า อัลติส รุ่นพิเศษ 1.6 SS-I (Superb Seadan-One) จะเน้นการตกแต่งสไตล์สปอร์ตทั้งภายใน-ภายนอก สนนราคา ที่ 829,000 บาท ส่วนฟอร์จูนเนอร์มีให้เลือก 2 เวอร์ชัน โดยรุ่น TRD Sportivo เน้นการตกแต่งพิเศษเช่นกัน รุ่น APERTO เน้นความบันเทิงแก่ผู้โดยสาร ทุกรุ่นผลิตจำนวนจำกัดและมีสีขาวเท่านั้น ส่วนราคายังไม่เคาะ ขณะเดียวกันยังนำ “ยาริส-วีออส” มาแต่งพิเศษเอาใจขาโจ๋ที่ชอบรถไม่ธรรมดา
ชุดตกแต่ง TRD
แม้อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตชนิดแบบไม่รู้ชะตากรรมของตนเองอยู่นั้น ด้านตลาดรถยนต์เมืองไทยก็ไม่ต่างอะไรกับยักษ์ใหญ่ของโลกเพราะผลลัพธ์ที่ได้ส่งผลให้ผู้บริหารกุมขมับกันทุกราย สังเกตุจากยอดขายรถยนต์ช่วงเดือนแรกของปี 2552 ที่ตกลงมาถึง 30% ทั้งค่ายเล็กและค่ายใหญ่
แต่ใครละจะหยุดนิ่งทุกค่ายต่างดิ้นร้นเพื่อความอยู่รอดจึงไม่แปลกที่จะเห็นว่าในช่วงนี้ค่ายรถยนต์ต่างทยอยเปิดตัวรถใหม่กันเป็นว่าเล่นและต่างคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาส2 มิให้ตกลงไปมากกว่านี้ ที่สำคัญยังมีเวทีให้ลงเล่น โดยเฉพาะยอดขายสามารถสร้างได้ในพริบตาหากสินค้าโดนใจ
“มอเตอร์โชว์” หรือ “ บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม-6 เมษายน 2552 จึงกลายเป็นเวทีที่ค่ายรถอาศัยในการสร้างยอดขายจากรถรุ่นใหม่ รุ่นปรับโฉม และที่ผ่านมางานมอเตอร์โชว์ก็ไม่เคยทำให้ค่ายรถผิดหวังเพราะแต่ละค่ายต่างโกยยอดขายกันเป็นกอบเป็นกำหลังจบงาน
ฟอร์จูนเนอร์ TRD Sportivo เปลี่ยนช่วงล่างด้วย
ดูเหมือนว่าทุกปีค่ายรถที่ทำยอดขายมากสุดคือ “โตโยต้า” แน่นอนปีนี้ก็คงไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของไทยที่นำรถยนต์แต่ละรุ่นมาสามารถเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย บวกกับแคมเปญและชื่อเสียงของโตโยต้าที่อยู่ในตลาดเมืองไทยมานานย่อมสร้างความมั่นใจไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว
สำหรับปีนี้นอกจากจะมีรถต้นแบบอย่าง A-BAT และ 1/ X แล้วโตโยต้ายังมี พรีอุส ไฮบริด เวอร์ชันล่าสุด มาโชว์ให้คนไทยน้ำลายหกอีกรอบแต่ก็ยังไม่ยอมใจอ่อนขายสักทีปล่อยให้เกรย์มาร์เก็ตฟันยอดกันอย่างสบายใจ แต่ทีเด็ดของโตโยต้าในงานมอเตอร์โชว์อยู่ที่รุ่นพิเศษใน 2 รุ่นหลัก คือ โคโรลล่า อัลติส รุ่น 1.6 SS-I ตกแต่งแบบสปอร์ต และฟอร์จูนเนอร์ รุ่น TRD Sportivo และ APERTO โดยทั้งสองรุ่นนี้ “พิธานพาณิชย์” ดีลเลอร์ของโตโยต้า ได้ลงข้อมูลของรถทั้ง 2 รุ่นอย่างละเอียดในเว็ปไซต์ของตนเอง www.phithan-toyota.com
เบาะัหนังลาย TRD และแผงเคฟล่าร์
โดยในเว็ปไซต์บอกว่าโตโยต้า โคโรลล่า อัลติส รุ่นพิเศษ รุ่น 1.6 SS-I (Superb Seadan-One) จะเน้นการตกแต่งสไตล์สปอร์ตด้วยสเกิร์ตด้านหน้า ด้านหลัง และสปอยเลอร์หลัง กระจังหน้า แนวนอนสีขาวพร้อมโครเมี่ยม ไฟท้าย LED แบบเลนส์ไส ล้ออัลลอยด์ 15’สี smoke chrome พร้อมยาง 195/65R15 คิ้วกันกระแทกด้านข้างสีเดียวกับตัวรถ โลโก้ “SS-I ” บริเวณฝากระโปรงท้ายด้านซ้าย ภายในพวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน หัวเกียร์หุ้มหนังและฐานเกียร์ลายไม้ดำพร้อมขอบโครเมี่ยมแผงคอนโซลกลางสี Mettallic พร้อมลายไม้สีดำ สีภายในสีดำ/เบจ และเบาะหนังทูโทนสีเบจ/ดำ สนนราคาจำหน่ายอยู่ที่ 829,000 บาท มีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 900 คัน และมีเฉพาะสีขาวเท่านั้น
ฟอร์จูนเนอร์ Aperto
ส่วนโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น TRD Sportivo นำตัวรถรุ่น 3.0 V A/T ขับเคลื่อน 4 ล้อ มาตกแต่งพิเศษด้วยการเพิ่มอุปกรณ์ของสำนักแต่ง TRD ทั้งสเกิร์ตหน้า-หลัง สปอยเลอร์หลัง ล้อแม็กอัลลอย 18 นิ้ว ยาง 265/60R18 พร้อมโลโก้ TRD เด่นด้วยป้ายสติกเกอร์ชื่อ TRD Sportivo ประตูรถด้านหลัง 2 ข้างและท้ายรถส่วนช่วงล่างใช้โช้คอัพและคอยล์สปริงจาก TRD Sportivo
ด้านการตกแต่งภายในมีชุดเครื่องเสียงแบบเต็มหน้าจอขนาด 2 Din สีภายในห้องโดยสารแบบทูโทน สีดำและครีม Sand Beige เบาะหุ้มหนังแบบเจาะรูพร้อมปั้มลาย TRD Sportivo ,ที่เท้าแขนคอนโซลกลางหุ้มหนัง,หัวเกียร์ A/T และหัวเกียร์เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนหุ้มหนังแบบเจาะรู ขณะที่คอนโซลกลาง,แผงครอบแป้นเกียร์,พวงมาลัย และแผงควบคุมกระจกไฟฟ้า หุ้มลายสปอร์ตเคฟลาร์ทั้งหมด
แตกต่างจากฟอร์จูนเนอร์รุ่น APERTO ที่จะนำตัวรถรุ่น 3.0 V A/T แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ มาเสริมความบันเทิงด้วยการติดตั้งเครื่องเสียงแบบเต็มหน้าจอขนาด 2Din พร้อมจอLCD ขนาด 8.5 นิ้วบนเพดานห้องโดยสารและเพิ่มช่องเสียบต่ออุปกรณ์ AUX และ USB รองรับอุปกรณ์ด้านความบันเทิงแบบครบถ้วน
ฟอร์จูนเนอร์ทั้ง 2 รุ่นจะผลิตจำหน่ายเฉพาะสีขาวเท่านั้น โดยรุ่น TRD Sportivo ผลิตจำนวนจำกัดแค่ 1,600 คัน และเริ่มรับจองเฉพาะช่วงเดือนมี.ค.-ต.ค. 2552 และรุ่น APERTO ผลิตเพียง 800 คัน รับจองระหว่างเดือนมี.ค.-พ.ย. 2552 ส่วนราคายังไม่เปิดเผยในขณะนี้
โคโรลล่า SS-I
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เวอร์ชันให้เลือกคือ ยาริส และวีออส โดยรุ่นแรกมีการปรับเปลี่ยนกันชนหน้าและหลังให้กว้างขึ้น กระจังหน้าลายใหม่ ดีไซน์เรียว โคมไฟหน้าใหม่ใหญ่กว่าเดิม เพิ่มไฟเลี้ยวกระจกมองข้างโคมไฟหลังดีไซน์ใหม่อินเทรนด์ด้วยไฟเลี้ยวสีส้มและเลนส์ไฟตัดหมอกหลังแบบใส ล้ออัลออยใหม่ลาย 8 ก้านขนาด 15 นิ้ว และสเกิร์ตหน้า-หลังใหม่ (เฉพาะรุ่น S Ltd)
ส่วนภายในพวงมาลัย 3 ก้านพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ความปลอดภัยที่แฝงมาพร้อมความสะดวกสบาย,ช่องต่อสาย AUX, ผ้าเบาะลายใหม่ เพิ่มความอเนกประสงค์มากขึ้นด้วย ช่องเก็บของด้านข้างประตู ถาดใส่ของอเนกประสงค์ใต้คอนโซดด้านคนขับ ช่องเก็บของอเนกประสงค์บริเวณคอนโซลกลาง ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลท้ายพร้อมที่วางแก้วด้านหลังกล่องเก็บของเหนือพวงมาลัยกล่องเก็บของลิ้นชักบริเวณผู้โดยสารด้านหน้า รวมสิ่งที่เปลี่ยนทั้งหมดกว่า 20 จุด ราคาเริ่มต้นที่ 539,000-714,000 บาท
ยาริส ไมเนอร์เชนจ์
ขณะที่วีออสได้เปิดตัวรุ่นพิเศษไปก่อนหน้านี้ คือ VIOS GT Street สปอร์ตเข้มเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบแนวสปอร์ต โดยปรับรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูโฉบเฉี่ยวด้วยสเกิร์ตรอบคันทั้งด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สปอยเลอร์และสติกเกอร์ GT Street ที่ฝากระโปรงหลัง ท่อไอเสียพร้อมฝาครอบ สแตนเลส และสติกเกอร์ด้านข้างดีไซน์สปอร์ต
ส่วนภายในใช้สีโทนสีแดงดำที่ให้ความรู้สึกเร้าใจ ทั้งผ้าเบาะสีแดงกับสีดำรวมถึงพวงมาลัยหุ้มหนัง หัวเกียร์หุ้มหนังเดินด้ายสีแดง และคอนโซลหน้าสุดสปอร์ตสีดำ-แดง อย่างไรก็ตาม วีออส จีที มีค่าตัวอยู่ที่ 579,000 บาท และผลิตเพียงแค่ 1,000 คันเท่านั้น
ทั้งหมดจะเป็นทีเด็ดของค่ายโตโยต้าในกระตุ้นตลาดช่วงงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ส่วนผู้บริโภคจะตอบรับมากแค่ไหนก็ต้องมาลุ้นกัน
* รับบัตรเข้าชมงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 30 (มูลค่าใบละ 100 บาท) ฟรี จำกัดจำนวนท่านละ 5 ใบ ติดต่อ 0-2629-4488 โดยแจ้งชื่อและนำบัตรประชาชนมารับ (บัตรมีจำนวนจำกัด)
ที่มา : manager ออนไลน์
ข่าวในประเทศ - โตโยต้า เผยทีเด็ดเวอร์ชันพิเศษสองรุ่นหลัก “โคโรลลา อัลติส และฟอร์จูนเนอร์” หวังทำยอดขายช่วงงาน “มอเตอร์โชว์” ปลายเดือนนี้ โดยดีลเลอร์ใหญ่ “พิธานพาณิชย์” ปล่อยภาพและรายละเอียดเรียกน้ำย่อยก่อนพบคันจริง สำหรับ “โคโรลล่า อัลติส รุ่นพิเศษ 1.6 SS-I (Superb Seadan-One) จะเน้นการตกแต่งสไตล์สปอร์ตทั้งภายใน-ภายนอก สนนราคา ที่ 829,000 บาท ส่วนฟอร์จูนเนอร์มีให้เลือก 2 เวอร์ชัน โดยรุ่น TRD Sportivo เน้นการตกแต่งพิเศษเช่นกัน รุ่น APERTO เน้นความบันเทิงแก่ผู้โดยสาร ทุกรุ่นผลิตจำนวนจำกัดและมีสีขาวเท่านั้น ส่วนราคายังไม่เคาะ ขณะเดียวกันยังนำ “ยาริส-วีออส” มาแต่งพิเศษเอาใจขาโจ๋ที่ชอบรถไม่ธรรมดา
ชุดตกแต่ง TRD
แม้อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตชนิดแบบไม่รู้ชะตากรรมของตนเองอยู่นั้น ด้านตลาดรถยนต์เมืองไทยก็ไม่ต่างอะไรกับยักษ์ใหญ่ของโลกเพราะผลลัพธ์ที่ได้ส่งผลให้ผู้บริหารกุมขมับกันทุกราย สังเกตุจากยอดขายรถยนต์ช่วงเดือนแรกของปี 2552 ที่ตกลงมาถึง 30% ทั้งค่ายเล็กและค่ายใหญ่
แต่ใครละจะหยุดนิ่งทุกค่ายต่างดิ้นร้นเพื่อความอยู่รอดจึงไม่แปลกที่จะเห็นว่าในช่วงนี้ค่ายรถยนต์ต่างทยอยเปิดตัวรถใหม่กันเป็นว่าเล่นและต่างคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาส2 มิให้ตกลงไปมากกว่านี้ ที่สำคัญยังมีเวทีให้ลงเล่น โดยเฉพาะยอดขายสามารถสร้างได้ในพริบตาหากสินค้าโดนใจ
“มอเตอร์โชว์” หรือ “ บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม-6 เมษายน 2552 จึงกลายเป็นเวทีที่ค่ายรถอาศัยในการสร้างยอดขายจากรถรุ่นใหม่ รุ่นปรับโฉม และที่ผ่านมางานมอเตอร์โชว์ก็ไม่เคยทำให้ค่ายรถผิดหวังเพราะแต่ละค่ายต่างโกยยอดขายกันเป็นกอบเป็นกำหลังจบงาน
ฟอร์จูนเนอร์ TRD Sportivo เปลี่ยนช่วงล่างด้วย
ดูเหมือนว่าทุกปีค่ายรถที่ทำยอดขายมากสุดคือ “โตโยต้า” แน่นอนปีนี้ก็คงไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของไทยที่นำรถยนต์แต่ละรุ่นมาสามารถเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย บวกกับแคมเปญและชื่อเสียงของโตโยต้าที่อยู่ในตลาดเมืองไทยมานานย่อมสร้างความมั่นใจไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว
สำหรับปีนี้นอกจากจะมีรถต้นแบบอย่าง A-BAT และ 1/ X แล้วโตโยต้ายังมี พรีอุส ไฮบริด เวอร์ชันล่าสุด มาโชว์ให้คนไทยน้ำลายหกอีกรอบแต่ก็ยังไม่ยอมใจอ่อนขายสักทีปล่อยให้เกรย์มาร์เก็ตฟันยอดกันอย่างสบายใจ แต่ทีเด็ดของโตโยต้าในงานมอเตอร์โชว์อยู่ที่รุ่นพิเศษใน 2 รุ่นหลัก คือ โคโรลล่า อัลติส รุ่น 1.6 SS-I ตกแต่งแบบสปอร์ต และฟอร์จูนเนอร์ รุ่น TRD Sportivo และ APERTO โดยทั้งสองรุ่นนี้ “พิธานพาณิชย์” ดีลเลอร์ของโตโยต้า ได้ลงข้อมูลของรถทั้ง 2 รุ่นอย่างละเอียดในเว็ปไซต์ของตนเอง www.phithan-toyota.com
เบาะัหนังลาย TRD และแผงเคฟล่าร์
โดยในเว็ปไซต์บอกว่าโตโยต้า โคโรลล่า อัลติส รุ่นพิเศษ รุ่น 1.6 SS-I (Superb Seadan-One) จะเน้นการตกแต่งสไตล์สปอร์ตด้วยสเกิร์ตด้านหน้า ด้านหลัง และสปอยเลอร์หลัง กระจังหน้า แนวนอนสีขาวพร้อมโครเมี่ยม ไฟท้าย LED แบบเลนส์ไส ล้ออัลลอยด์ 15’สี smoke chrome พร้อมยาง 195/65R15 คิ้วกันกระแทกด้านข้างสีเดียวกับตัวรถ โลโก้ “SS-I ” บริเวณฝากระโปรงท้ายด้านซ้าย ภายในพวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน หัวเกียร์หุ้มหนังและฐานเกียร์ลายไม้ดำพร้อมขอบโครเมี่ยมแผงคอนโซลกลางสี Mettallic พร้อมลายไม้สีดำ สีภายในสีดำ/เบจ และเบาะหนังทูโทนสีเบจ/ดำ สนนราคาจำหน่ายอยู่ที่ 829,000 บาท มีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 900 คัน และมีเฉพาะสีขาวเท่านั้น
ฟอร์จูนเนอร์ Aperto
ส่วนโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น TRD Sportivo นำตัวรถรุ่น 3.0 V A/T ขับเคลื่อน 4 ล้อ มาตกแต่งพิเศษด้วยการเพิ่มอุปกรณ์ของสำนักแต่ง TRD ทั้งสเกิร์ตหน้า-หลัง สปอยเลอร์หลัง ล้อแม็กอัลลอย 18 นิ้ว ยาง 265/60R18 พร้อมโลโก้ TRD เด่นด้วยป้ายสติกเกอร์ชื่อ TRD Sportivo ประตูรถด้านหลัง 2 ข้างและท้ายรถส่วนช่วงล่างใช้โช้คอัพและคอยล์สปริงจาก TRD Sportivo
ด้านการตกแต่งภายในมีชุดเครื่องเสียงแบบเต็มหน้าจอขนาด 2 Din สีภายในห้องโดยสารแบบทูโทน สีดำและครีม Sand Beige เบาะหุ้มหนังแบบเจาะรูพร้อมปั้มลาย TRD Sportivo ,ที่เท้าแขนคอนโซลกลางหุ้มหนัง,หัวเกียร์ A/T และหัวเกียร์เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนหุ้มหนังแบบเจาะรู ขณะที่คอนโซลกลาง,แผงครอบแป้นเกียร์,พวงมาลัย และแผงควบคุมกระจกไฟฟ้า หุ้มลายสปอร์ตเคฟลาร์ทั้งหมด
แตกต่างจากฟอร์จูนเนอร์รุ่น APERTO ที่จะนำตัวรถรุ่น 3.0 V A/T แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ มาเสริมความบันเทิงด้วยการติดตั้งเครื่องเสียงแบบเต็มหน้าจอขนาด 2Din พร้อมจอLCD ขนาด 8.5 นิ้วบนเพดานห้องโดยสารและเพิ่มช่องเสียบต่ออุปกรณ์ AUX และ USB รองรับอุปกรณ์ด้านความบันเทิงแบบครบถ้วน
ฟอร์จูนเนอร์ทั้ง 2 รุ่นจะผลิตจำหน่ายเฉพาะสีขาวเท่านั้น โดยรุ่น TRD Sportivo ผลิตจำนวนจำกัดแค่ 1,600 คัน และเริ่มรับจองเฉพาะช่วงเดือนมี.ค.-ต.ค. 2552 และรุ่น APERTO ผลิตเพียง 800 คัน รับจองระหว่างเดือนมี.ค.-พ.ย. 2552 ส่วนราคายังไม่เปิดเผยในขณะนี้
โคโรลล่า SS-I
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เวอร์ชันให้เลือกคือ ยาริส และวีออส โดยรุ่นแรกมีการปรับเปลี่ยนกันชนหน้าและหลังให้กว้างขึ้น กระจังหน้าลายใหม่ ดีไซน์เรียว โคมไฟหน้าใหม่ใหญ่กว่าเดิม เพิ่มไฟเลี้ยวกระจกมองข้างโคมไฟหลังดีไซน์ใหม่อินเทรนด์ด้วยไฟเลี้ยวสีส้มและเลนส์ไฟตัดหมอกหลังแบบใส ล้ออัลออยใหม่ลาย 8 ก้านขนาด 15 นิ้ว และสเกิร์ตหน้า-หลังใหม่ (เฉพาะรุ่น S Ltd)
ส่วนภายในพวงมาลัย 3 ก้านพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ความปลอดภัยที่แฝงมาพร้อมความสะดวกสบาย,ช่องต่อสาย AUX, ผ้าเบาะลายใหม่ เพิ่มความอเนกประสงค์มากขึ้นด้วย ช่องเก็บของด้านข้างประตู ถาดใส่ของอเนกประสงค์ใต้คอนโซดด้านคนขับ ช่องเก็บของอเนกประสงค์บริเวณคอนโซลกลาง ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลท้ายพร้อมที่วางแก้วด้านหลังกล่องเก็บของเหนือพวงมาลัยกล่องเก็บของลิ้นชักบริเวณผู้โดยสารด้านหน้า รวมสิ่งที่เปลี่ยนทั้งหมดกว่า 20 จุด ราคาเริ่มต้นที่ 539,000-714,000 บาท
ยาริส ไมเนอร์เชนจ์
ขณะที่วีออสได้เปิดตัวรุ่นพิเศษไปก่อนหน้านี้ คือ VIOS GT Street สปอร์ตเข้มเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบแนวสปอร์ต โดยปรับรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูโฉบเฉี่ยวด้วยสเกิร์ตรอบคันทั้งด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สปอยเลอร์และสติกเกอร์ GT Street ที่ฝากระโปรงหลัง ท่อไอเสียพร้อมฝาครอบ สแตนเลส และสติกเกอร์ด้านข้างดีไซน์สปอร์ต
ส่วนภายในใช้สีโทนสีแดงดำที่ให้ความรู้สึกเร้าใจ ทั้งผ้าเบาะสีแดงกับสีดำรวมถึงพวงมาลัยหุ้มหนัง หัวเกียร์หุ้มหนังเดินด้ายสีแดง และคอนโซลหน้าสุดสปอร์ตสีดำ-แดง อย่างไรก็ตาม วีออส จีที มีค่าตัวอยู่ที่ 579,000 บาท และผลิตเพียงแค่ 1,000 คันเท่านั้น
ทั้งหมดจะเป็นทีเด็ดของค่ายโตโยต้าในกระตุ้นตลาดช่วงงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ส่วนผู้บริโภคจะตอบรับมากแค่ไหนก็ต้องมาลุ้นกัน
* รับบัตรเข้าชมงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 30 (มูลค่าใบละ 100 บาท) ฟรี จำกัดจำนวนท่านละ 5 ใบ ติดต่อ 0-2629-4488 โดยแจ้งชื่อและนำบัตรประชาชนมารับ (บัตรมีจำนวนจำกัด)
ที่มา : manager ออนไลน์
2.1.09
Maneuver the BMW safely
Maneuver the BMW safely
by Janice Walker
A vehicle has several mirrors. The reflective mirrors are auto parts that allow the driver to easily and safely maneuver the four-wheel machine. The German automaker BMW, which stands for Bavarian Motor Works, gears efficient BMW Mirrors to ensure that its vehicles get the optimum safe car operation.There are different kinds of BMW Mirrors, which include the basic side-view mirrors and the rear-view mirrors.
These vital BMW parts are well-designed and well-manufactured to aid properly the driver in changing lanes, reversing, and parking. Since these mirrors help in maneuvering the vehicle properly, road accidents could also be prevented.The frequently used mirrors are the side-view mirrors. These aid the operator to see the approaching vehicles coming from the sides.
Moreover, these auto parts allow the driver to see and estimate the space or distance of the his or her vehicle from other automobiles. In parking the car, the side-view mirrors are also helpful in determining if there is just enough distance between the car and nearby automobiles as well as other objects. The rear-view mirrors, on the other hand, are also helpful while driving or parking.
A rear-view is mounted at the windscreen on a swivel mount and the operator can look at it while backing up. Bigger-built automobiles, however, are sometimes equipped with another mirror, which is installed outside the rear window, called the back mirror.Older automobiles' mirrors need to be manually adjusted, while modern makes, like what BMW offers, are equipped with the power mirrors.
A window console is situated at the driver's area and with just a push of a button or two, the side-view mirrors can be easily adjusted to suit the driver's need. This innovation helps the operator get the precise position of the side-view mirrors even while seated. As vital parts of the vehicle, the BMW Mirrorshave to be well-taken care of to continuously enjoy maneuvering the automobile with much ease and more importantly, with the utmost safety.
by Janice Walker
A vehicle has several mirrors. The reflective mirrors are auto parts that allow the driver to easily and safely maneuver the four-wheel machine. The German automaker BMW, which stands for Bavarian Motor Works, gears efficient BMW Mirrors to ensure that its vehicles get the optimum safe car operation.There are different kinds of BMW Mirrors, which include the basic side-view mirrors and the rear-view mirrors.
These vital BMW parts are well-designed and well-manufactured to aid properly the driver in changing lanes, reversing, and parking. Since these mirrors help in maneuvering the vehicle properly, road accidents could also be prevented.The frequently used mirrors are the side-view mirrors. These aid the operator to see the approaching vehicles coming from the sides.
Moreover, these auto parts allow the driver to see and estimate the space or distance of the his or her vehicle from other automobiles. In parking the car, the side-view mirrors are also helpful in determining if there is just enough distance between the car and nearby automobiles as well as other objects. The rear-view mirrors, on the other hand, are also helpful while driving or parking.
A rear-view is mounted at the windscreen on a swivel mount and the operator can look at it while backing up. Bigger-built automobiles, however, are sometimes equipped with another mirror, which is installed outside the rear window, called the back mirror.Older automobiles' mirrors need to be manually adjusted, while modern makes, like what BMW offers, are equipped with the power mirrors.
A window console is situated at the driver's area and with just a push of a button or two, the side-view mirrors can be easily adjusted to suit the driver's need. This innovation helps the operator get the precise position of the side-view mirrors even while seated. As vital parts of the vehicle, the BMW Mirrorshave to be well-taken care of to continuously enjoy maneuvering the automobile with much ease and more importantly, with the utmost safety.
Subscribe to:
Posts (Atom)